การทำพัดใบกะพ้อ

การทำพัดใบกะพ้อ

ประวัติความเป็นมา

การแปรรูปใบกะพ้อเป็นงานหัตถกรรมจักสานนั้น เริ่มจากที่ นางดำ แป้นแก้วซึ่งเป็นย่าของนายลบ แป้นแก้ว ได้ย้ายถิ่นฐานมาจากอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช มาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินที่หมู่บ้านสวนอ้ายเลา หมู่ที่ 5 ตำบลทุ่งโพธิ์ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช และเมื่อปี พ.ศ. 2499 นางดำ แป้นแก้ว ได้นำใบกะพ้อมาตัดเป็นรูปใบโพธิ์ นำมาพัดลมผ่อนคลายความร้อน ซึ่งใช้ได้ไม่นานก็เสื่อมสภาพไปเนื่องจากเป็นใบกะพ้อนั้นเป็นลักษณะที่คลี่ออกตามธรรมชาติไม่มีการเสริมแต่งแต่อย่างใด ดังนั้นในยามว่าง นางดำ แป้นแก้วและเพื่อนบ้านก็นำยอดกะพ้อที่ยอดยังซ้อนกันอยู่มากรีดแยกเป็นกลีบแล้วนำมาสานขัดลายเป็นรูปใบโพธิ์ ซึ่งสามารถใช้งานได้นาน จึงนำพัดใบกะพ้อเป็นของฝากแก่เพื่อนบ้านและนำมาขายที่ตลาดเขาน้อย ตลาดเขาชุมทอง ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จึงนำมาสอนลูก ๆ ทั้ง 8 คน แล้วนำไปขายที่ตลาดประจำอำเภอ จังหวัด และตามโรงพยาบาล เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวเป็นอย่างดี ต่อมาได้ขยายตลาดไปตามต่างจังหวัด ตลอดจนถึงกรุงเทพมหานคร ได้ปรับปรุงรูปแบบ ขนาดและสีสันให้สวยงามยิ่งขึ้น ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเป็นที่เล่าขานของคนทั่วไป พัดใบกะพ้อได้รับการบรรจุเข้าประกวดและแข่งขันในงานประเพณีเทศกาลเดือนสิบของจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ. 2532 ในปี พ.ศ. 2536 ลูกหลานของดำ แป้นแก้วและเพื่อนบ้าน ได้รวมกลุ่มกันในการจำหน่ายพัดใบกะพ้อเพื่อลดปัญหาพ่อค้าคนกลาง ทางหน่วยงานราชการให้การสนับสนุนส่งเสริมกลุ่มให้มั่นคงยิ่งขึ้น โดยการสร้างที่ทำการกลุ่มขึ้นที่บ้านนายเกลื่อม แป้นแก้ว ซึ่งได้รับงบประมาณช่วยเหลือจากองค์การบริหารส่วนตำบล ทุ่งโพธิ์ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช และได้งบประมาณสบทบเพิ่มเติมจากกรมพัฒนาชุมชน ปัจจุบันพัดใบกะพ้อได้รับการคัดเลือกให้เป็นสินค้าในโครงการ “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” ของตำบลทุ่งโพธิ์ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช (ลบ แป้นแก้ว. 2549: สัมภาษณ์) นายลบ แป้นแก้ว เริ่มทำพัดใบกะพ้อ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 ทำมาตั้งแต่รุ่นแม่ถ่ายทอดมาสู่รุ่นลูก ทำมาตลอดและเห็นว่าการตลาดพอไปได้ มีการติดต่อค้าขายกันระหว่างกลุ่มเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียง จากนั้นเริ่มรวบรวมสมาชิกในตอนแรกมีสมาชิกจำนวน 20 คน ปัจจุบันมีสมาชิก 64 คน โดยส่วนใหญ่ทำพัดใบกะพ้อเป็นอาชีพเสริม อาชีพหลักทำสวนผลไม้ สวนยางพารา มีการถ่ายทอดภูมิปัญญาไปสู่รุ่นลูกหลาน ถ้าการส่งเสริมการตกแต่งรูปแบบแปลกใหม่ก็ยินดีที่จะทำเพราะอาชีพการทำพัดใบกะพ้อนี้ได้ส่งลูกๆเรียนจนได้รับใบปริญญามา 3 คน รู้สึกภาคภูมิใจในองค์ความรู้ที่บรรพบุรุษได้ถ่ายทอดให้มาทำมาหากิน และสภาพแวดล้อมในชุมชนอุดมไปด้วยทรัพยากรท้องถิ่นที่สำคัญคือ ต้นกะพ้อ ทุกครัวเรือนจะมีการปลูกต้นกะพ้อไว้ในสวนยางพารา สวนผลไม้ ในบริเวณบ้านพักอาศัย ชุมชนมีความเป็นอยู่แบบพอมีพอกิน มีศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาการทำพัดใบกะพ้อให้กับเยาวชนในท้องถิ่นและเป็นสถานที่จำหน่ายพัดใบกะพ้อ ด้วยเหตุที่ชุมชนได้รับคัดเลือกให้เป็นชุมชนเข้มแข็งตัวอย่าง จึงมีกลุ่มคนแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนศึกษาดูงานในชุมชนอยู่ตลอดเวลา กลุ่มจักสานใบกะพ้อจึงมีหน้าที่ในการสาธิตการทำพัดใบกะพ้อและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ที่สนใจ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของชุมชนมีเพียงรูปแบบเดียว คือพัดใบกะพ้อ ในปี พ.ศ.2545 โครงการหมู่บ้านพิทักษ์ป่ารักษาสิ่งแวดล้อม สำนักบริหารจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 19 ได้สนับสนุนให้กลุ่มจักสานพัดใบกะพ้อในท้องที่ มีการเพาะปลูกต้นกะพ้อเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบและยังเป็นการส่งเสริมให้ราษฎรในท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาต้นกะพ้อให้คงอยู่ ได้มีการให้ความรู้กับกลุ่มสมาชิกซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 30 คน เกี่ยวกับประโยชน์ของการอนุรักษ์ป่าไม้ (การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านป่าไม้กลุ่ม จักสานพัดใบกะพ้อ) จากข้อมูลดังกล่าวทำให้ทราบว่า ชุมชนจะมีวัตถุดิบในท้องถิ่นที่เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต

ภาพประกอบแหล่งเรียนรู้

Cover Image
ขยายภาพ
Cover Image
ขยายภาพ
Cover Image
ขยายภาพ
Cover Image
ขยายภาพ

ความสำคัญของแหล่งเรียนรู้ ประโยชน์ด้านวัฒนธรรม • การสืบทอดภูมิปัญญา: การทำพัดใบกะพ้อเป็นงานหัตถกรรมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณีไทย. • การสร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่น: การเรียนรู้และสืบสานงานหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น พัดใบกะพ้อ จะช่วยสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทยและเอกลักษณ์ของท้องถิ่น. • การสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน: การทำพัดใบกะพ้อร่วมกัน เป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในชุมชน. ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ: • การสร้างรายได้เสริม: พัดใบกะพ้อสามารถนำไปจำหน่ายเป็นสินค้า OTOP หรือของที่ระลึก ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ทำและชุมชนได้. • การส่งเสริมการท่องเที่ยว: พัดใบกะพ้อเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด และสามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนได้. ประโยชน์ด้านสังคม: • การพัฒนาทักษะ: การทำพัดใบกะพ้อต้องใช้ทักษะหลายอย่าง เช่น การจักสาน การออกแบบลวดลาย ซึ่งเป็นการพัฒนาทักษะและความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียน. • การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์: การเรียนรู้และทำพัดใบกะพ้อ เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และห่างไกลจากอบายมุข. • การลดขยะ: การนำใบกะพ้อมาทำพัด เป็นการนำวัสดุธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ และลดปริมาณขยะ. • พัดใบกะพ้อ เป็นหนึ่งในงานจักสานที่สะท้อนความชาญฉลาดของคน ...

ข้อมูลและเกร็ดความรู้เพิ่มเติม

1

รองรับผู้เข้าชมที่เป็นผู้พิการหรือไม่

รองรับ
3

รองรับการเข้าศึกษาดูงาน/ครั้ง จำนวน

30 คน

สื่อที่เพิ่ม

ภูมิปัญญาไทยจากใบกะพ้อ

เอกสารแนบ
เปิดดูไฟล์
E-CERTIFICATE

ทำแบบทดสอบรับเกียรติบัตรออนไลน์

ระบบออกใบประกาศอัตโนมัติ

ทดสอบความรู้และวัดระดับความเข้าใจเกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ระดับอำเภอ เมื่อทำคะแนนสอบได้ถึงเกณฑ์ 80% ระบบจะออกเกียรติบัตรออนไลน์ฉบับจริง (พร้อมลายเซ็นและรหัสตรวจสอบ) ให้ดาวน์โหลดได้ทันที!

10 จำนวนข้อสอบ
80% เกณฑ์ผ่าน
ฟรี รับเกียรติบัตร

แผนที่และข้อมูลการเข้าชม

พิกัด Lat: 8.127445 Lng: 99.804005
สถานที่ตั้ง ต.ทุ่งโพธิ์ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช
เวลาเปิดให้บริการ จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 17.00 น.
นำทางผ่าน Google Maps

เจ้าของแหล่งเรียนรู้

Owner
สุกานดา อักษรชู 08 6267 3298

ครู ศกร. ผู้รับผิดชอบ

นายสมนึก แสงสุริยันต์ 0895935642

สถิติการเข้าชม

จำนวนการเข้าชมทั้งหมด 5 ครั้ง

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอจุฬาภรณ์ สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ดูแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ในอำเภอ

ประเมินความพึงพอใจ


ประวัติรีวิว (0)
ยังไม่มีผู้เขียนรีวิวในขณะนี้