วัดถ้ำทองพรรณรา

วัดถ้ำทองพรรณรา

ประวัติความเป็นมา

วัดถ้ำทองพรรณราและพระพุทธไสยาสน์ อำเภอถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 9 บ้านปลายรา ตำบลถ้ำพรรณรา อำเภอถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ติดกับถนนสายถ้ำพรรณรา - ทานพอ ห่างจากที่ว่าการอำเภอถ้ำพรรณรา ประมาณ 1 กิโลเมตร บริเวณวัดเป็นที่ราบลุ่มเชิงเขา อยู่ติดกับภูเขาและมีถ้ำเล็กถ้ำน้อยจำนวนมาก วัดมีเนื้อที่ทั้งหมด 26 ไร่ วัดถ้ำทองพรรณรามีวัตถุโบราณที่สำคัญ คือพระพุทธไสยาสน์ และมีประเพณีเก่าแก่ที่ปฏิบัติการมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นั่นคือ ประเพณีแห่จาดขึ้นถ้ำ ประวัติความเป็นมาของวัดถ้ำทองพรรณรา จากตำนานเล่ากันว่า มีพระธุดงค์ชื่อ พระสวาท ธุดงค์ผ่านมาและเห็นชาวบ้านร่วมกันบูชาพระพุทธไสยาสน์ซึ่งประดิษฐานอยู่ในถ้ำทองพรรณรา พระสวาทเกิดความพอใจต่อสถานที่และผู้คนเป็นอย่างมาก จึงได้ชักชวนให้ชาวบ้านร่วมกันถางป่า เพื่อสร้างศาลาที่พักสงฆ์ และได้พักอาศัยอยู่ได้ไม่นานก็มีการเกิดอาเพศต่าง ๆ ขึ้น จึงทำให้พระสวาทอยู่อาศํยที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ไม่ได้ อาเพศที่เกิดขึ้นนั้น เช่นเกิดการเจ็บไข้ได้ป่วย ฝันร้าย ซึ่งเชื่อกันว่ามาจากการทำลายธรรมชาติและการค้นหาวัตถุโบราณที่ศักดิ์สิทธิ์เอาไปเป็นของตนเองในบริเวณสำนักสงฆ์แห่งนี้ ในเวลาต่อมามี พระเลื่อน ต่อมา คือ พระครูไพศาล ธรรมโสภณ เจ้าอาวาสวัดวังรีบุญเลิศ ได้เข้ามาดำเนินการสร้างวัด เมื่อตั้งวัดเสร็จเป็นที่เรียบร้อย พระครูรังสรรค์อธิมุญ อดีตเจ้าคณะอำเภอฉวาง ได้แต่งตั้งให้พระครูไพศาลธรรมโสภณ (พระเลื่อน) เป็นเจ้าอาวาสวัดถ้ำทองพรรณราอยู่จนถึง ปี พ.ศ. ๒๕๐๖ ท่านได้ย้ายไปสร้างวัดวังรีบุญเลิศ พระใบฎีกาแทน จึงได้รักษาการเจ้าอาวาสมาจนถึง พ.ศ. ๒๕๒๙จากป่ารกร้างจนมีวัฒนาการเป็นวัดที่สวยงามและโด่งดังและมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาร่วมสมัยกับพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช รวมถึงเป็นที่พึ่งพิงของชาวพุทธในอำเภอถ้ำพรรณรา มีการปรับปรุงก่อสร้างวัดโดยมีชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกับฝ่ายสงฆ์ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างศาลาการเปรียญ สร้างกุฏิ สร้างเมรุ สร้างซุ้มประตู สร้างอุโบสถ สร้างโรงเรียนปริยัติธรรม มีการซื้อที่ดินเพิ่มเติม ปัจจุบันมีเนื้อที่รวมแล้วกว่า ๒๖ ไร่ พระพุทธไสยาสน์ พระพุทธไสยาสน์ ตามบันทึกไว้ในผนังถ้ำ ว่าเริ่มสร้างเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน แต่มาสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๑๓๑๙ แต่มีข้อสันนิษฐานว่าคงจะสร้างหลังจากที่สร้างพระบรมธาตุนครศรีธรรมราชเสร็จแล้ว (พ.ศ. ๑๓๐๐ - ๑๓๑๙) ดังตำนานเล่าว่า มีเศรษฐีนีชาวอินเดียมีชื่อว่า ชีปริง ชีปราง ทั้งสองไม่มีสามี ได้นำพรรคพวกเดินทางมาทางทะเล เพื่อนำสิ่งของมีค่า แก้วแหวนเงินทอง เพื่อมาร่วมสร้างพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช โดยเส้นทางเดินทางมาตามแม่น้ำตาปีโดยเรือแจว พอมาถึงสถานที่ที่เรียกว่าอู่เรือ (ปัจจุบัน คือ บ้านปากรา) ต่อมาคณะของชีปริง ชีปราง ได้รับทราบว่าพระบรมธาตุได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขบวนเรือของคณะชีปริง ชีปราง ได้เทียบท่าที่อู่เรือพร้อมกับหาสถานที่ที่เหมาะสมเพื่อที่จะทำการสร้างพระพุทธไสยาสน์ คู่กับพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช ได้รอนแรม มาตามลำน้ำคลองรา มาจนถึงบริเวณถ้ำทองพรรณรา เห็นว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะสมจึงได้ตัดสินใจสร้างพระพุทธไสยาสน์ ไว้ที่ถ้ำทองพรรณราจนสำเร็จลุล่วงทุกประการ ตามตำนานเล่าว่า พระพุทธไสยาสน์สร้างด้วยดินเผา - ปูนขาว มีความยาวประมาณ ๗ วา สูง ๒ วา ๑ ศอก วัตถุสิ่งของที่ใช้ทำเป็นของโบราณ แก้วแหวน เงินทอง บรรจุในฐานพระพุทธไสยาสน์และบริเวณใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะส่วนที่เรียกว่าหัวใจพระพุทธไสยาสน์ ตำนานเล่าว่า เป็นทองคำรูปหัวใจขนาดใหญ่ ขณะที่สร้างอยู่ ชีปริง ชีปราง ได้เสียชีวิต ได้มีการสร้างรูปท่านทั้งสองไว้อยู่ทางด้านปลายเท้าของพระพุทธไสยาสน์ ส่วนกระดูกของชีปริง ชีปราง ได้บรรจุไว้ในรูปนั้น ในการสร้างพระพุทธไสยาสน์มีผู้คนเสียชีวิตจำนวนมากได้มีการเก็บ กระดูกใส่หม้อดิน พร้อมกับแก้วแหวนเงินทองจำนวนมากใส่ไว้ตามถ้ำต่างๆ เมื่อสร้างพระพุทธไสยาสน์เสร็จไปที่เรียบร้อยแล้ว ทุกๆ ปี ในวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ บรรดาผู้มีจิตศรัทธา ชีปริง ธีปราง ได้ทำกระจาดมาบูชาพระพุทธไสยาสน์ รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ได้บนบานศาลกล่าวในเรื่องต่างๆ ไว้ว่าให้เกิดผลดีแก่ตนเอง ทั้งให้ชีวิตมีความสุขและปลอดภัย ทรัพย์สินเงินมั่นคง ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ ก็ได้มาบูชาพระพุทธไสยาสน์พร้อมกับใช้เวลา เที่ยวชมถ้ำต่างๆ จนสืบทอดกลายมาเป็น “ประเพณีแห่จาดขึ้นถ้ำ” ตราบจนทุกวันนี้ เมื่อเวลาได้ผ่านมาเป็นเวลาหลายปี พระพุทธไสยาสน์เริ่มมีสภาพสึกกร่อนเสื่อมโทรมไปตามสภาพ บางส่วนได้ปรักหักพังเนื่องจากถูกภัยธรรมชาติ และสัตว์ป่าได้เข้าทำลาย ชาวบ้านเห็นว่าควรที่จะได้รับการปฏิสังขรณ์ จึงได้ จัดตั้งในรูปแบบของคณะกรรมการ ประกอบด้วยคณะสงฆ์และฆราวาสทั้งส่วนราชการและประชาชนทั่วไป โดยได้รับงบประมาณในการปฏิสังขรณ์ในครั้งนั้นจากกรมศิลปากรและงบประมาณส่วนหนึ่งมาจากการร่วมกันจัดทอดผ้าป่าสามัคคีกันระหว่างส่วนราชการและประชาชนทั่วไป มาจำนวนหนึ่ง เริ่มบูรณะใน ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ในขณะที่กำลังชุดซ่อมแซมได้มีเหตุการณ์มหัศจรรย์เกิดขึ้น หลายประการ เช่น บนยอดพระพุทธไสยาสน์เป็นทองคำได้เกิดอาเพศฟ้าผ่าตอนเที่ยง ทั้งๆ ที่ไม่มีเค้าฝนแต่อย่างใด เกิดอาเพทเข้าทรงโดยมีการพูดเป็นภาษาที่ไม่สามารถแปลความได้ นอกจากนี้ยังได้มีการขุดพระพุทธรูปต่างๆ จำนวนมากมาย ส่วนมากจะเป็นทองคำ ทองสำริด เงินยวง ผงหินดินผสม ลูกปัด พระพิมพ์ทั้งดินเผาและโลหะแบบต่างๆ พระพุทธรูปทรงเครื่องขนาดเล็ก คนโทภาชนะดินเผา บรรจุอัฐิ กระปุกดินเผา รวมทั้งภาชนะดินเผาลายเชือกทาบสมัยก่อนประวัติศาสตร์ การบูรณปฏิสังขรณ์พระพุทธไสยาสน์ ได้แล้วเสร็จเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ พระพุทธไสยาสน์เมื่อบูรณปฏิสังขรณ์เสร็จแล้ว มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางบรรทม มีความยาว ๑๑ เมตร สูง ราว ๕ เมตร และได้นำวัตถุโบราณที่ค้นพบบรรจุไว้ในส่วนองค์พระบรรทมและในส่วนหมอน นอกจากนี้ยังได้บูรณปฏิสังขรณ์พระพุทธรูปต่างๆ ในบริเวณพระพุทธไสยาสน์แห่งนี้ด้วย คือ ๑. พระปริง ๒. พระปราง ๓. ฤษีตาไฟ นอกจากนี้ในบางส่วนที่มีความสำคัญมากบริเวณถ้ำที่พบของมีค่า ก็ได้มีการเทปูนทับปิดไว้ เพื่อป้องกันทรัพย์สินสูญหาย มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ทรัพย์สินมีค่าที่ขุดพบได้ โดยเฉพาะเครื่องใช้ เช่น ถ้วยชามโบราณและอื่นๆทางคณะกรรมการบูรณปฏิสังขรณ์พระพุทธไสยาสน์ได้ขุดหลุมฝังไว้และนำก้อนหินมาทับและได้ปลูกต้นไม้ปิดอำพรางไว้โดยมีชาวบ้านบริเวณวัดถ้ำทองพรรณราเป็นผู้ดูแลรักษา และไม่มีใครกล้าที่จะนำวัตถุโบราณเหล่านี้ไปใช้ส่วนตัวเพราะมีความศรัทธาและเกรงกลัวในสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นพระพุทธรูปที่ขุดพบบริเวณวัดถ้ำทองพรรณราที่สำคัญ ที่สามารถบอกที่อยู่ปัจจุบันได้ ดังนี้ ๑. พระ รวงข้าว อยู่วัดยางค้อม ๒. พระอุเชน อยู่วัดสวนขัน ๓. พระลาภ อยู่วัดควนกอ ประเพณีแห่จาดขึ้นถ้ำ 1. มีการทำบุญ มีการแห่กระจาด อุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ไหว้พระ รับศีล ฟังธรรม 2. การแสดงของศิลปินต่าง ๆ และบรรดากลองยาว 3. การขึ้นถ้ำ ผู้มาร่วมประเพณีจะพากันขึ้นไปเที่ยวชมถ้ำต่าง ๆ บนภูเขา อันเป็นการขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แก้บน สะเดาะเคราะห์ ตามความเชื่อที่ปฏิบัติสืบทอดกันมา ซึ่งในแต่ละปีจะมมีคนมาร่วมประเพณีมากมาย ข้อมูลจาก สารนครศรีธรรมราช ปีที่ 51 ฉบับที่ 8 เดือนพฤษภาคม 2564

ภาพประกอบแหล่งเรียนรู้

Cover Image
ขยายภาพ
Cover Image
ขยายภาพ
Cover Image
ขยายภาพ
Cover Image
ขยายภาพ

ตำนานพระบรรทมแห่งวัดถ้ำทองพรรณรา

วิดีโอจาก YouTube เปิดดูบน YouTube

ข้อมูลและเกร็ดความรู้เพิ่มเติม

3

รองรับการเข้าศึกษาดูงาน/ครั้ง จำนวน

400 - 1,000คน/ครั้ง

แผนที่และข้อมูลการเข้าชม

พิกัด Lat: 8.4220941097671 Lng: 99.379936205849
สถานที่ตั้ง ต.ถ้ำพรรณรา อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช
เวลาเปิดให้บริการ ทุกวัน
นำทางผ่าน Google Maps

ครู ศกร. ผู้รับผิดชอบ

นายอาภรณ์ นพรัตน์
นายอาภรณ์ นพรัตน์ 089-6496131

สถิติการเข้าชม

จำนวนการเข้าชมทั้งหมด 12 ครั้ง

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอถ้ำพรรณรา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ดูแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ในอำเภอ

ประเมินความพึงพอใจ


ประวัติรีวิว (0)
ยังไม่มีผู้เขียนรีวิวในขณะนี้