ประวัติความเป็นมา
นายเรืองชัย วัจนสาร เดิมประกอบอาชีพรับราชการครู ณ โรงเรียนบ้านห้วยทรายทอง ตำบลทุ่งใส อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากเกษียณอายุราชการ ได้ดำเนินชีวิตตามรอยพระยุคลบาท โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ได้เริ่มทำการเกษตรผสมผสาน ปลูกพืชผักสวนครัว พืชเศรษฐกิจ เลี้ยงโค เลี้ยงปลาน้ำจืดในร่องสวนปาล์มน้ำมัน และการทำปุ๋ยหมัก โดยมีแนวทางการต่อสู้รับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลก และมีการจัดการกับปัญหาโดยคำนึงถึงเรื่องความพอดีโดยอาศัยหลักเศรษฐกิจพอเพียง นายเรืองชัย วัจนสาร เจ้าของแหล่งเรียนรู้มีความสามารถในการพัฒนาคนโดยปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง ทำให้เห็น เช่น ได้ชักชวนกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่มีงานทำ หรือคนในชุมชนที่ไม่คิดจะทำงานเพราะไปเสพสุรา เข้ามาทำงานในแหล่งเรียนรู้ โดยใช้หลักจิตวิทยาในการชักชวน และให้ค่าตอบแทน เช่น ชักชวนโดยการพูดถึงสิ่งที่เขาสนใจ และอยากให้เขาตามไปดู ซึ่งในขณะที่ทำงานจะสอนหลักธรรม และยกตัวอย่างงานที่ตนเองทำแล้วประสบความสำเร็จให้กับกลุ่มวัยรุ่นฟังโดยใช้จิตวิญญาณของความเป็นครู ผู้ให้ความรู้โดยไม่หวังผล ซึ่งปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญ สิ่งเดียวที่ต้องการคือเห็นลูกศิษย์ประสบความสำเร็จ มีความเจริญมั่นคงในชีวิตและที่สำคัญ ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติดและอบายมุข ซึ่งศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอสิชล โดย ศกร.ระดับตำบลทุ่งใส ได้ลงสำรวจพื้นที่ในปีงบประมาณ พ.ศ.2558 และได้จัดตั้งเป็นแหล่งการเรียนรู้ในชุมชน เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2559 และแหล่งเรียนรู้เกษตรผสมผสานบ้านห้วยทรายทองเป็นภาคีเครือข่ายที่สามารถขับเคลื่อนงาน สกร.อำเภอสิชล ได้อย่างมีคุณภาพจนถึงปัจจุบัน และได้มีหน่วยงานราชการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้เข้าไปศึกษาเรียนรู้หลายคณะ เช่น โรงเรียนในพื้นที่ตำบลทุ่งใส โรงเรียนบ้านห้วยทรายทอง โรงเรียนสิชลประชาสรรค์ มหาวิทยาลัยชีวิตนครศรีธรรมราช และโรงเรียนในจังหวัดนครศรีธรรมราช ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอสิชล ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอขนอม ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอท่าศาลา ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอนบพิตำ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอพรหมคีรี ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ นักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี และ ประชาชนทั่วไปทีสนใจเรียนรู้ จุดเด่นภูมิปัญญา เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ยึดหลักคุณธรรมในการปฏิบัติตน ถ่ายทอดโดยการปฏิบัติตนเองเป็นแบบอย่าง มีหลักคิดในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ขยายผลไปสู่องค์กรต่างๆ และประชาชน นำเทคโนโลยีมาพัฒนาองค์ความรู้เกษตรแบบผสมผสาน ระบบนิเวศแบบเกื้อกูล นำองค์ความรู้ไปปฏิบัติจริง เห็นผลเป็นรูปธรรม เช่น เลี้ยงปลาดุกในร่องสวนปาล์ม ความร่วมมือกับ สกร. เป็นวิทยากร บรรยายและศึกษาดูงานในแหล่งเรียนรู้ แก่ประชาชนทั่วไป ให้ความรู้การเลี้ยงโคขุน เลี้ยงปลาน้ำจืดในบ่อดิน เลี้ยงเป็ดไข่ การทำอาหารสัตว์ มีหลักการบริหารจัดการน้ำโดยใช้ โคก หนอง นา โมเดล เข้ารับการอบรมกับ สกร.ระดับอำเภอสิชล เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พัฒนาตนเอง โดยนำสิ่งที่ปฏิบัติแล้วประสบความสำเร็จมาถ่ายทอด และนำความรู้จากผู้เข้าร่วมอบรมไปปรับใช้ตามสภาพบริบทของพื้นที่ตนเอง
ภาพประกอบแหล่งเรียนรู้
ข้อมูลและเกร็ดความรู้เพิ่มเติม
รองรับผู้เข้าชมที่เป็นผู้พิการหรือไม่
รองรับการเข้าศึกษาดูงาน/ครั้ง จำนวน
แผนที่และข้อมูลการเข้าชม
เจ้าของแหล่งเรียนรู้
ครู ศกร. ผู้รับผิดชอบ