ประวัติความเป็นมา
วัดไทรขาม ตั้งอยู่ที่ หมู่ ๖ ตำบลดอนตะโก อำเภอท่าศาศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นวัดเก่าโบราณ วัดไทรขามแต่เดิมเป็นโบราณสถาน ของพราหมณ์ ลักษณะเป็นเนินดินมีพื้นที่ประมาณ ๑๐ ไร่ ผู้พบโบราณวัตถุ ที่เรียกว่า " ฐานโยนิโทรณะ" มีอายร่นราวคราวเดียวกับโบราณวัตถุที่วัดโมคลาน บางชิ้น เป็นเศษทรากวางเกะกะออยู่ในวัด บางชิ้นถูกนำไปไว้ที่อื่น ๆ นอกจากนี้ยังพบโบราณวัตถุอีกหลายชิ้นตามประวัติของวัดไทรขาม กล่าวว่า แต่ก่อนวัดไทรขามเป็นวัดร้างอยู่ในการดูแลของวัดจัดจันพอ เวลานั้น เจ้าอาวาสวัดจันพอ คือพระครูวิสุทธิจารี(พ่อท่านทุ่ม) ได้นำ "ฐานโยนีโทรทรนะ" และ โบรามวัตถุต่างๆ ไปเป็นไว้ที่วัดจับพอ ช่วงที่ผู้เขียนเป็นอาจารย์ใหญ่ โรงเรียนวัดจันพอเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓- ๒๕๓๒ เห็นหินที่เป็นโบราณวัตถุบางชิ้น ถูกนำมาทำเป็นหินลับมืด ตั้งอยู่ข้างออกโรงธรรมวัดจันพอ สำหรับพ่อท่านผอม ถาวโรแห่งวัดหญ้าปล้อง หรือในปัจจุบันเรียกว่า วัดไทรขาม นั้น ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เกิดในช่วงปีพ.ศ 2469 ซึ่งท่าน เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากมีวิชาอาคมและเก่งกล้าใน เรื่องพุทธาคม เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังปลุกเสกวัตถุมงคลที่เป็นมีพุทธคุณ สูงและยังเป็นเลิศในหลาย ๆ ด้าน ในช่วงยุคปี 2518 ไปจนถึงปีพ.ศ 2523 นั้นพ่อท่านผอมท่านค่อนข้าง ได้รับนิมนต์อยู่บ่อยครั้งเพื่อเข้าพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลที่วัดต่างๆ ในยุคนั้น อีกทั้งท่านยังเป็นที่เคารพศรัทธาของเหล่าบรรดาพุทธศาสนิกชน ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชอย่างมาก หากใครได้มีโอกาสไปนมัสการขอพร ก็มักจะขอของดีกลับติดตัวมาด้วย และร่ำลือกันยิ่งนักว่ามีพุทธคุณที่สูง ซึ่งครั้งหนึ่งหลวงพ่อท่านได้เคยเล่าว่า พ่อท่านคล้ายพระอาจารย์ของ ท่านนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมากอีกทั้ง ยังมีความประพฤติและปฏิบัติติที่ดี อันเป็นแบบอย่างให้กับผู้คนได้อย่างเหมาะสม และพ่อท่านแดงก็ เช่นกัน ท่านเป็นพระที่ดีมีความสามารถและเก่งกล้าทางด้านวิชาต่าง ๆ ซึ่งมีความ สามารถในการเรียกไฟเรียกลมได้ นอกจากนี้คาถาอาคมของพ่อท่านแดงนั้น ยังสามารถสำเร็จได้ด้วยจิต แม้อยู่ในป่าอยู่ในเขา หรืออยู่ในที่ที่มีภัย อยู่รอบตัว ท่านก็สามารถนำทางตัว เองให้ปลอดภัยได้และปกป้องคุ้มครองตนเองได้ อีกทั้งท่าน ยังมีการปฏิบัติที่ เคร่งครัดและปฏิบัติดีปฏิบัติชอบวางตัวได้อย่างเหมาะสมจนเป็นแบบอย่างที่ ดีให้กับท่าน สำหรับคำสอนและการปฏิบัติของ 2 พระอาจารย์ผู้นี้ ท่านก็ได้ ปฏิบัติตนตามแนวทางของพระพุทธองค์ และสิ่งนี้คืออาวุธของพระธุดงค์ ซึ่งเรื่องราวนี้เป็นสิ่งที่พ่อท่านผอม ท่านได้เคยบอกเล่าให้กับลูกศิษย์ของท่าน ฟังทั้งนี้ เป็นเรื่องเล่าที่ถูกนำมาเล่าต่อ ๆ กัน เนื่องในโอกาสที่พ่อท่านผอมท่านมีอายุได้ 89 ปี ทางวัดไทขาม จึงขอ อนุญาตจัดสร้าง รูปเหมือนขนาดบูชาขนาด 5 นิ้ว , รูปเหมือนสำหรับตั้งหน้า รถขนาด 1.5 นิ้ว และเครื่องรางที่เรียกว่า "ดอกกุนหยี" ขึ้น นำโดยพระอธิการ ไพรินทร์ ปญญาธโร ซึ่งทำเป็นเจ้าอาวาสแห่งวัดไทรขาม ที่ทำการขออนุญาต จัดสร้างพร้อมกับคณะศิษย์ จุดประสงค์ในการสร้างก็เพื่อต้องการนำรายได้ ไปร่วมสมทบกับกองทุนดูแลสุขภาพพ่อท่านผอม สำหรับเครื่องรางที่เรียกกันว่า "ดอกกุนหยี" นั้น ได้แต่งตั้งขึ้นใน เชิงศิลปกรรมเพื่อสะท้อนถึงเรื่องราวของ พ่อท่านผอม พร้อมกับคำสอนที่ ท่านได้อบรมสั่งสอนลูกศิษย์ เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจถึงแก่นแท้ของ พระพุทธศาสนา ซึ่งคำว่า "ดอกกุนหยี" นั้นมีความหมายว่าดอกบานไม่รู้โรย อันเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นมงคล ความเจริญก้าวหน้า มีกินมีใช้ และสนับสนุนดวงชะตาไม่ให้ตกต่ำ เหมือนกับดอกบานไม่รู้โรย ที่งดงาม และไม่ร่วงโรย และด้วยคติความเชื่อจึงทำให้ครูบาอาจารย์มักนิยมนำดอกบานไม่รู้โรย มาปลุกเสกทำเครื่องรางของขลังถึงวัตถุมงคลต่าง ๆ ซึ่งพ่อท่านผอมท่านได้เคยบอกเอาไว้ว่า สำหรับการเสก "ดอกกุนหยี "นั้น เป็นการเสกที่ใช้วิชาเฉพาะเหมือนกับการเสกดอกมะพร้าวให้กิน ซึ่งจะเน้น ทางด้านความจำอันเป็นเลิศ และสำหรับการเสกกล้วยให้กินนั้น ก็เพื่อเน้น ด้านการมีบุตรไว้สืบสกุลเพื่อให้บังเกิดผล และสำหรับการเสกหมากให้กิน ก็เพื่อเอาไว้แก้การทำของเอาไว้แก้สำหรับผู้ที่ถูกกระทำ นั่นเอง ซึ่งในปัจจุบัน ศาสาพ่อท่านผอมจัดสร้างขึ้นที่วัดไทรขาม ม. 6 ตำบล ดอนตะโก อำเภอท่าศาลา เป็นศาลาที่สร้างอยู่กลางน้ำ ซึ่งเป็นที่เคารพ และบูชา ของคนในตำบลดอนตะโก เป็นอย่างมาก เพราะชาวบ้านมีความ เชื่อและศรัทธาในตำวพ่อท่านผอมเป็นอย่างมาก
ภาพประกอบแหล่งเรียนรู้
ข้อมูลและเกร็ดความรู้เพิ่มเติม
รองรับการเข้าศึกษาดูงาน/ครั้ง จำนวน
แผนที่และข้อมูลการเข้าชม
เจ้าของแหล่งเรียนรู้
ครู ศกร. ผู้รับผิดชอบ