ประวัติความเป็นมา
ประวัติความเป็นมาภูมิปํญญาท้องถิ่น นายสนธยา ชำนะ (ต้อม) หรือเจ้าของฉายา "มิสเตอร์มังคุด" เป็นปราชญ์ชาวบ้านและประธาน กลุ่มบ้านสมุนไพรคีรีวง ตั้งอยู่ที่ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการแปรรูปสมุนไพรและเป็นผู้ริเริ่มผลิตสบู่จากเปลือกมังคุดเป็นรายแรกๆ ในประเทศไทย ประวัติส่วนตัว • ชื่อ-สกุล: นายสนธยา ชำนะ (ชื่อเล่น: ต้อม) • วุฒิการศึกษา: ปวช. • ตำแหน่ง: ประธานกลุ่มบ้านสมุนไพรคีรีวง / ปราชญ์ชาวบ้านด้านการแปรรูปสมุนไพร • ที่อยู่: บ้านเลขที่ 196/5 หมู่ที่ 9 ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ประวัติความเป็นมาและการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น • จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจ (พ.ศ. 2537): ชุมชนบ้านคีรีวงเป็นแหล่งปลูกมังคุดขนาดใหญ่ เมื่อถึงฤดูผลผลิต ผลมังคุดจะถูกบริโภคและขายเฉพาะเนื้อ ส่วน "เปลือกมังคุด" จะถูกทิ้งเป็นขยะจำนวนมาก คุณสนธยาจึงเกิดแนวคิดในการเพิ่มมูลค่าและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยดึงประสบการณ์ในวัยเยาว์ที่เคยใช้เปลือกมังคุดฝนกับน้ำล้างหน้าเพื่อรักษาอาการอักเสบและสิว มาเริ่มศึกษาทดลองสกัดสารจากเปลือกมังคุดอย่างจริงจัง • การวิจัยและพัฒนาสบู่เปลือกมังคุด (พ.ศ. 2537 – 2542): ใช้เวลาทดลองและวิจัยสูตรสบู่สมุนไพรนานกว่า 5 ปี โดยอาศัยการทดลองใช้จริงในกลุ่มเครือญาติและเพื่อนฝูง เพื่อปรับปรุงลักษณะก้อน คุณภาพ และสรรพคุณในการบำรุงผิวพรรณ จนได้สูตรที่ลงตัวภายใต้แบรนด์ "มิสเตอร์มังคุด" • การก่อตั้งวิสาหกิจชุมชนและการสร้างความยั่งยืน: ก่อตั้ง "กลุ่มบ้านสมุนไพรคีรีวง" ขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2542 ด้วยแนวคิดการพึ่งพาตนเอง (Self-reliance) และใช้ทุนทางภูมิปัญญาที่มีในท้องถิ่น คุณสนธยามองว่าการรวมกลุ่มโดยพึ่งพางบประมาณภาครัฐเพียงอย่างเดียวไม่ยั่งยืน จึงเน้นการลงทุนด้วยเงินทุนส่วนตัวและบริหารจัดการร่วมกันในชุมชน ตั้งแต่การคำนวณต้นทุน บรรจุภัณฑ์ จนถึงการหาตลาด • กลยุทธ์การตลาดและการขยายผล: ช่วงแรกเผชิญความยากลำบากเนื่องจากผู้บริโภคยังไม่คุ้นเคยกับสบู่เปลือกมังคุด จึงใช้กลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง" และบอกต่อแบบปากต่อปาก (Word of Mouth) จนกระทั่งสินค้าได้รับความนิยมสูง มีการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์สมุนไพรอื่นๆ เช่น แชมพู ครีมนวดผม โลชั่น และสบู่สมุนไพรผสมวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างส้มแขก จนกลายเป็นสินค้า OTOP ขึ้นชื่อของคีรีวง และส่งออกไปยังต่างประเทศ (เช่น จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และประเทศในแถบตะวันออกกลาง) จุดเด่นและหลักคิดของภูมิปัญญา • แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง: เน้นการใช้วัตถุดิบธรรมชาติและขยะเหลือทิ้งทางการเกษตรมาเพิ่มมูลค่า เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้กับชาวบ้าน • การพึ่งพาตนเองของชุมชน: ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิกหลายสิบครัวเรือน และเป็นแหล่งเรียนรู้การแปรรูปสมุนไพรที่เปิดรับคณะศึกษาดูงานจากทั่วประเทศ กระบวนการจัดการเรียนรู้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ของ นายสนธยา ชำนะ (ประธานกลุ่มบ้านสมุนไพรคีรีวง) มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เน้น "การจัดการเรียนรู้ตามแนวทางภูมิปัญญาท้องถิ่นและการลงมือปฏิบัติจริง (Active & Experiential Learning)" โดยถอดบทเรียนจากประสบการณ์ตรงมาถ่ายทอดให้กับชาวบ้าน นักเรียน นักศึกษา และคณะศึกษาดูงาน กระบวนการจัดการเรียนรู้ของท่านสามารถสรุปออกเป็น 5 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้ครับ 1. การจุดประกายความคิดและสร้างแรงบันดาลใจ (Motivation & Problem-Based Learning) • เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต: เริ่มต้นด้วยการให้ผู้เรียนมองเห็น "ทุนทางธรรมชาติและวัฒนธรรม" ที่มีอยู่ในท้องถิ่น เช่น ผลไม้และสมุนไพรในป่าสมอ/สวนผลไม้คีรีวง • ใช้ปัญหาเป็นตัวตั้ง: ชวนคิดจากปัญหาจริงในชุมชน เช่น ปัญหามังคุดราคาตกต่ำ ขยะเปลือกมังคุดที่ถูกทิ้งขว้าง หรือปัญหาสุขภาพผิวพรรณของคนในท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นให้เกิดความอยากเรียนรู้และหาทางแก้ปัญหา 2. การถ่ายทอดความรู้เชิงประวัติศาสตร์และภูมิปัญญา (Wisdom & Knowledge Transfer) • เล่าเรื่องจากประสบการณ์ (Storytelling): ถ่ายทอดความรู้พื้นบ้านเรื่องสรรพคุณของสมุนไพรแต่ละชนิด เช่น เปลือกมังคุด ส้มแขก ขมิ้นชัน หรือชุมเห็ดเทศ ที่คนรุ่นก่อนใช้รักษาโรค • สอดแทรกหลักวิทยาศาสตร์พื้นบ้าน: อธิบายการทำงานของสมุนไพรอย่างง่าย เช่น การใช้ฤทธิ์ฝาดสมาน (Tannin) ในเปลือกมังคุดมาช่วยยับยั้งแบคทีเรียและรักษาแผล 3. การสาธิตและการลงมือปฏิบัติจริง (Demonstration & Learning by Doing) • เห็นของจริง ทำจริง: เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เข้ามาเรียนรู้ในฐานเรียนรู้ของกลุ่มบ้านสมุนไพรคีรีวง • ขั้นตอนการแปรรูป: ฝึกปฏิบัติตั้งแต่ขั้นตอน: 1. การคัดเลือกและเตรียมวัตถุดิบสมุนไพรในท้องถิ่น 2. กระบวนการสกัดสารบริสุทธิ์ด้วยวิธีธรรมชาติ 3. การผสมและขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ (เช่น การทำสบู่ก้อน สบู่เหลว แชมพู) 4. การต่อยอดเชิงพาณิชย์และการพึ่งตนเอง (Entrepreneurship & Self-Reliance) • สอนการบริหารจัดการ: ไม่เพียงแต่สอนทำผลิตภัณฑ์ แต่ยังถ่ายทอดวิชาการเป็นผู้ประกอบการชุมชน (Local Entrepreneurship) • การคิดคำนวณต้นทุน-กำไร: สอนให้คำนวณต้นทุนการผลิตจริง การออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging) อย่างง่ายแต่มีเอกลักษณ์ และการใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ "ปากต่อปาก" และ "ป่าล้อมเมือง" • ปลูกฝังปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง: เน้นย้ำเรื่องการทำพอประมาณ ไม่กู้หนี้ยืมสินจนเกินตัว และการใช้ทุนส่วนตัวเริ่มจากจุดเล็กๆ 5. การถอดบทเรียนและการประเมินผล (Reflection & Feedback) • แลกเปลี่ยนเรียนรู้: หลังการทดลองทำ จะมีการเปิดเวทีพูดคุย ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์จริง และสะท้อนความคิดเห็นร่วมกัน • การปรับปรุงพัฒนา: แนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เช่น สบู่เหลวเกินไป สบู่ไม่ฟอง หรือกลิ่นสมุนไพรแรงเกินไป เพื่อให้ผู้เรียนนำไปปรับใช้ได้จริงที่บ้าน
ภาพประกอบแหล่งเรียนรู้
ข้อมูลและเกร็ดความรู้เพิ่มเติม
รองรับการเข้าศึกษาดูงาน/ครั้ง จำนวน
แผนที่และข้อมูลการเข้าชม
เจ้าของแหล่งเรียนรู้
ครู ศกร. ผู้รับผิดชอบ