ประวัติความเป็นมา
คุณูปการที่สำคัญที่สุดของหนังเคล้าน้อย คือการรักษา องค์ความรู้ด้านหนังตะลุง ให้คงอยู่ ทั้งในด้านการเชิดรูป การเจรจา การขับบทกลอน การสร้างตัวหนัง และขนบธรรมเนียมในการแสดง ท่านไม่ได้เพียงทำหน้าที่เป็นนักแสดง แต่ยังทำหน้าที่เป็น “ครูภูมิปัญญา” ถ่ายทอดความรู้ให้แก่คนรุ่นหลังอย่างต่อเนื่อง
ภาพประกอบแหล่งเรียนรู้
ประวัติและเส้นทางชีวิต นายเคล้า โรจนเมธากุล หรือ “หนังเคล้าน้อย” เป็นศิลปินหนังตะลุงชั้นครูผู้มีชื่อเสียงอย่างกว้างขวางในภาคใต้ และได้รับการยกย่องเป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน–หนังตะลุง) พุทธศักราช 2555 ท่านเกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2485 ณ ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เติบโตมาในครอบครัวที่มีรากฐานทางศิลปะการแสดงหนังตะลุง โดยมี หนังสีชุม ผู้เป็นบิดา และ “หนังใหม่” หรือปู่ใหม่ เป็นผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ด้านหนังตะลุงตั้งแต่วัยเยาว์ ตั้งแต่วัยเด็ก หนังเคล้าน้อยมีโอกาสติดตามบิดาไปแสดงหนังตะลุงในสถานที่ต่าง ๆ จึงได้เรียนรู้กระบวนการแสดงอย่างใกล้ชิด ทั้งการชักรูป การปักรูป การเชิดรูป การขับบทกลอน การเจรจาตัวหนัง ตลอดจนขนบธรรมเนียมและความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการแสดง นอกจากการเรียนรู้จากครอบครัวแล้ว ท่านยังได้ฝึกฝนกับครูหนังตะลุงหลายท่าน เช่น หนังจันทร์แก้ว หนังประทิน และหนังแคล้ว และต่อมาได้ประกอบพิธีครอบมือกับ หนังจันทร์แก้ว บัวขวัญ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในสายการถ่ายทอดวิชาหนังตะลุง หนังเคล้าน้อยเริ่มประกอบอาชีพแสดงหนังตะลุงอย่างจริงจังใน พ.ศ. 2502 และมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากในช่วง พ.ศ. 2507–2521 จนได้รับการว่าจ้างให้เดินสายแสดงทั่วภาคใต้ กรุงเทพมหานคร และไปถึงประเทศมาเลเซีย โดยในช่วงที่รุ่งเรืองมีงานแสดงประมาณ 20–30 คืนต่อเดือน สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมและความสามารถอันโดดเด่นของท่านในยุคนั้น
ความสามารถอันโดดเด่น เอกลักษณ์สำคัญของหนังเคล้าน้อย คือ ความสามารถในการขับบทกลอนสดและการเจรจาตัวหนัง สามารถคิดและเรียบเรียงถ้อยคำได้อย่างรวดเร็วตามสถานการณ์ โดยไม่จำเป็นต้องร่างบทกลอนไว้ล่วงหน้า อีกทั้งยังมีความเชี่ยวชาญด้านการเชิดรูปหนัง สามารถถ่ายทอดอารมณ์และบุคลิกของตัวละครผ่านการเคลื่อนไหวของรูปหนังได้อย่างมีชีวิตชีวา ท่านเคยชนะการแข่งขัน เชิดรูปพระอิศวรทรงโค ของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงทักษะด้านการเชิดรูปหนังอันเป็นเลิศของท่าน เสน่ห์อีกประการหนึ่งของหนังเคล้าน้อย คือ การนำเสนอเรื่องราวที่ผสมผสาน ความสนุกสนาน ความตลกขบขัน ความรู้ และคติธรรม เข้าไว้ด้วยกัน โดยเฉพาะนิยายประเภทจักร ๆ วงศ์ ๆ ซึ่งท่านนำมาแสดงมากกว่า 40 เรื่อง อาทิ กองทัพธรรม กรรมของแม่ พระแสงถวัลย์วงศ์ ราชินีสืบตระกูล และ มนุษย์มหัศจรรย์ นอกจากนี้ ตัวตลกประจำคณะอย่าง “สีแก้ว” และ “ยอดทอง” ยังเป็นตัวละครที่ผู้ชมจดจำได้ดีและกลายเป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์ประจำคณะหนังเคล้าน้อย
คุณูปการต่อศิลปวัฒนธรรมไทย 1. อนุรักษ์และสืบสานศิลปะหนังตะลุง คุณูปการที่สำคัญที่สุดของหนังเคล้าน้อย คือการรักษา องค์ความรู้ด้านหนังตะลุง ให้คงอยู่ ทั้งในด้านการเชิดรูป การเจรจา การขับบทกลอน การสร้างตัวหนัง และขนบธรรมเนียมในการแสดง ท่านไม่ได้เพียงทำหน้าที่เป็นนักแสดง แต่ยังทำหน้าที่เป็น “ครูภูมิปัญญา” ถ่ายทอดความรู้ให้แก่คนรุ่นหลังอย่างต่อเนื่อง 2. ถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ลูกศิษย์ หนังเคล้าน้อยมีลูกศิษย์จำนวนมาก และได้ประกอบพิธีครอบมือให้แก่ลูกศิษย์ ไม่น้อยกว่า 200 คน การถ่ายทอดดังกล่าวช่วยสร้างนายหนังและผู้สืบทอดศิลปะหนังตะลุงรุ่นต่อ ๆ มา ทำให้ภูมิปัญญาที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคนไม่หยุดอยู่เพียงตัวศิลปิน แต่สามารถส่งต่อไปยังชุมชนและสังคมได้อย่างกว้างขวาง 3. ใช้หนังตะลุงเป็นสื่อให้ความรู้และคุณธรรม การแสดงของหนังเคล้าน้อยไม่ได้มุ่งสร้างความบันเทิงเพียงอย่างเดียว แต่ยังสอดแทรก ข้อคิด คติธรรม ความรู้ และแนวทางการดำเนินชีวิต ผ่านเนื้อเรื่อง ตัวละคร และบทสนทนา ทำให้หนังตะลุงทำหน้าที่เป็นทั้งศิลปะการแสดงและสื่อการเรียนรู้ของชุมชน ลักษณะดังกล่าวสะท้อนบทบาทดั้งเดิมของหนังตะลุงในสังคมภาคใต้ ที่เป็นพื้นที่สำหรับการเล่าเรื่อง ถ่ายทอดภาษา ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และค่านิยมของท้องถิ่น ขณะเดียวกันหนังเคล้าน้อยยังสามารถปรับประยุกต์เนื้อหาให้เข้ากับผู้ชมและบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป 4. สร้างชื่อเสียงให้ศิลปะพื้นบ้านภาคใต้ ด้วยความสามารถและผลงานที่โดดเด่น หนังเคล้าน้อยได้รับรางวัลและเกียรติคุณจากการแข่งขันและกิจกรรมด้านหนังตะลุงหลายครั้ง ก่อนจะได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช 2555 ซึ่งถือเป็นการยอมรับในระดับประเทศต่อคุณค่าของผลงานและบทบาทของท่านในการอนุรักษ์ศิลปะการแสดงพื้นบ้านภาคใต้ 5. เป็นแบบอย่างของ “ครูภูมิปัญญา” นอกจากความสามารถในฐานะนายหนังแล้ว หนังเคล้าน้อยยังให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต ท่านศึกษาจากครูหลายคน จากตำรา การสนทนากับผู้รู้ พระสงฆ์ และการติดตามข่าวสารต่าง ๆ แล้วนำความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้ในการแสดงให้สอดคล้องกับสังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่น แนวคิดดังกล่าวทำให้หนังเคล้าน้อยได้รับการยอมรับในฐานะ “หนังตะลุงชั้นครู” และเป็นต้นแบบของศิลปินที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการสร้างผลงานของตนเอง แต่ยังมุ่งสร้างคนรุ่นใหม่เพื่อให้ศิลปะหนังตะลุงสามารถดำรงอยู่ต่อไป
มรดกทางวัฒนธรรมที่ยังคงอยู่ นายเคล้า โรจนเมธากุล ถึงแก่กรรมอย่างสงบเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2566 สิริอายุ 81 ปี การจากไปของท่านถือเป็นการสูญเสียบุคลากรสำคัญของวงการศิลปะการแสดงพื้นบ้านไทย แต่ผลงาน องค์ความรู้ ลูกศิษย์ และแนวทางการถ่ายทอดภูมิปัญญาที่ท่านสร้างไว้ ยังคงเป็นมรดกสำคัญของวงการหนังตะลุงไทย หนังเคล้าน้อยจึงมิได้เป็นเพียง “นายหนังตะลุง” ผู้มีชื่อเสียง หากแต่เป็นครูภูมิปัญญา ผู้อนุรักษ์วัฒนธรรม และผู้ส่งต่อจิตวิญญาณของศิลปะพื้นบ้านภาคใต้จากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง
ข้อความเชิดชูเกียรติ “หนังเคล้าน้อย โรจนเมธากุล ปูชนียบุคคลแห่งวงการหนังตะลุงไทย ผู้ใช้เสียง บทกลอน และเงาบนจอ ถ่ายทอดเรื่องราว วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของคนใต้ จากเวทีหนังตะลุงสู่มรดกทางวัฒนธรรมของแผ่นดิน”
ข้อมูลและเกร็ดความรู้เพิ่มเติม
รองรับผู้เข้าชมที่เป็นผู้พิการหรือไม่
รองรับการเข้าศึกษาดูงาน/ครั้ง จำนวน
แผนที่และข้อมูลการเข้าชม
เจ้าของแหล่งเรียนรู้
ครู ศกร. ผู้รับผิดชอบ