ประวัติความเป็นมา
"ยากลาย" หรือยาเส้นตำบลกลาย เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นและพืชเศรษฐกิจที่โด่งดังมายาวนานของชุมชนลุ่มน้ำคลองกลาย โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลกลาย อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช (รวมถึงบางส่วนในอำเภอนบพิตำที่แยกตัวออกไปในปัจจุบัน) นี่คือประวัติความเป็นมาและเอกลักษณ์ที่ทำให้ยาเส้นจากพื้นที่นี้มีชื่อเสียงระดับตำนานครับ ย้อนรอยประวัติศาสตร์ "ยากลาย" การปลูกยาสูบในพื้นที่อำเภอกลาย (ชื่อการปกครองเดิมในอดีต) มีมาตั้งแต่สมัยโบราณและเจริญรุ่งเรืองอย่างมากในช่วงกว่าศตวรรษที่ผ่านมา บันทึกทางประวัติศาสตร์: ตามรายงานเกี่ยวกับการค้าเมืองนครศรีธรรมราชของ "พระยาสุขุมนัยวินิต" ในปี พ.ศ. 2440 ระบุอย่างชัดเจนว่า "อำเภอกลายมีการทำไร่ยาสูบมาแต่โบราณ" โดยยากลายเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญร่วมกับดีบุกและคราม สินค้าส่งออกสำคัญ: ในปี พ.ศ. 2441 ยากลายถูกส่งออกไปขายต่างเมืองจำนวนมากถึง 2,090 หาบ คิดเป็นมูลค่า 41,810 บาท (ซึ่งถือว่าสูงมากในยุคนั้น) ตลาดส่งออกมีตั้งแต่ กรุงเทพฯ สิงคโปร์ ไปจนถึงหัวเมืองมลายู (เช่น กลันตัน ตรังกานู) รวมถึงจังหวัดทางภาคใต้ตอนล่างอย่างปัตตานี ยะลา และนราธิวาส การผสานภูมิปัญญาชาวจีน: นักวิชาการท้องถิ่นระบุว่า ชาวจีนที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในนครศรีธรรมราช มีส่วนสำคัญในการนำภูมิปัญญามาช่วยพัฒนาคุณภาพการทำไร่ยาเส้นที่อำเภอกลายจนมีคุณภาพสูง และกลายเป็นสินค้าสำคัญของเมือง ความอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำคลองกลาย สาเหตุหลักที่ทำให้ยากลายมีคุณภาพดีเยี่ยม เกิดจากสภาพภูมิประเทศบริเวณลุ่มแม่น้ำกลาย (ครอบคลุมตำบลสระแก้ว ตำบลกลาย ตำบลตลิ่งชัน) เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก กระแสน้ำจะพัดพาเอาแร่ธาตุและตะกอนดินมาทับถม ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์สูงมาก ต้นยาสูบที่ปลูกบริเวณนี้จึงได้รับสารอาหารเต็มที่จนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่สามารถปลูกเลียนแบบในพื้นที่อื่นได้ เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ "ยากลาย" สัมผัสของเส้นยา: เส้นยาจะมีขนาดเล็ก นิ่ม ไม่แห้งและไม่หยาบกระด้าง รสชาติและกลิ่น: ขึ้นชื่อลือชาในเรื่อง "รสฉุน" และความเข้มข้น ซึ่งเป็นผลลัพธ์มาจากเทคนิคเฉพาะถิ่นที่สืบทอดกันมา ทั้งเรื่องระยะเวลาการเก็บใบยา การบ่ม การหั่น และการเก็บรักษา สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม: ในอดีต ชาวใต้นิยมนำยากลายมามวนสูบด้วย "ใบจาก" (โดยรับซื้อใบจากมาจากอำเภอปากพนังและหัวไทร) จนเกิดคำกล่าวที่ว่า "ใบจากปัตตานีกับยาสูบกลาย" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการผสมผสานกันทางวัฒนธรรมในพื้นที่ภาคใต้ ประโยชน์และสรรพคุณพื้นบ้าน นอกจากจะใช้เพื่อการสูบแล้ว ชาวบ้านยังนำยากลายมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอีกหลายด้าน: ยารักษาโรคพื้นบ้าน: ใช้ "เหนียด" (อุด) ฟันผุเพื่อบรรเทาอาการปวด หรือใช้พอกแผลให้สัตว์เลี้ยง (วัว ควาย) เพื่อป้องกันแมลงวันมาวางไข่และช่วยให้แผลหายไวขึ้น ไล่สัตว์และแมลง: ใช้เส้นยาผสมปูนกินหมากเพื่อเบื่อปลิง หรือนำมาเผาไฟเพื่อเป็นยาไล่ยุง สารกำจัดศัตรูพืช: ในปัจจุบัน ยาฉุนหรือยากลายถูกนำมาแช่หรือต้มกับน้ำ เพื่อใช้เป็นสารสกัดชีวภาพสำหรับฉีดพ่นไล่เพลี้ย หนอน และแมลงศัตรูพืชทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี
ภาพประกอบแหล่งเรียนรู้
ข้อมูลและเกร็ดความรู้เพิ่มเติม
รองรับการเข้าศึกษาดูงาน/ครั้ง จำนวน
แผนที่และข้อมูลการเข้าชม
เจ้าของแหล่งเรียนรู้