ประวัติความเป็นมา
ประวัติการก่อตั้งธนาคารปูม้าบ้านชายทะเลหัวถนน เกิดจากวิกฤตทรัพยากรชายฝั่งลดลงอย่างรุนแรง จนกลายมาเป็นโมเดลความร่วมมือระหว่างชุมชนและสถาบันการศึกษาเพื่อความยั่งยืน มีลำดับความเป็นมาดังนี้ครับ 1. วิกฤตการณ์ปูม้าลดลง (จุดเริ่มต้น)ในอดีต ชาวประมงชายฝั่งรอบอ่าวปากพนังสามารถจับปูม้าได้เป็นจำนวนมาก แต่ต่อมามีการพัฒนาเครื่องมือประมงที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ประกอบกับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้ปริมาณปูม้าในธรรมชาติลดลงอย่างน่าใจหาย จนกระทบต่อรายได้และวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านในชุมชนบ้านชายทะเลหัวถนนอย่างรุนแรง 2. การรวมตัวของชุมชนนายไกรศล หมื่นแก้ว ร่วมกับกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ ตระหนักว่าหากไม่เร่งอนุรักษ์ ทะเลไทยจะไม่เหลือทรัพยากรให้คนรุ่นหลัง จึงได้ริเริ่มแนวคิดจัดตั้ง "กลุ่มพัฒนาประมงบ้านชายทะเล" ขึ้นมา เพื่อรณรงค์ให้ชาวประมงที่จับได้ "แม่ปูไข่นอกกระดอง" (ปูม้าที่กำลังจะวางไข่) นำมาฝากไว้ให้สลัดไข่ก่อนนำแม่ปูไปขายหรือบริโภค แต่ในช่วงแรกยังขาดอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม ทำให้ระบบการเพาะฟักยังไม่สมบูรณ์นัก 3. การสนับสนุนทางวิชาการและทุนวิจัย (จุดเปลี่ยนสำคัญ)ต่อมา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ขับเคลื่อนนโยบายระดับชาติโครงการ "คืนปูม้าสู่ทะเลไทย" โดยมอบหมายให้ทาง ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) นำโดย ผศ.ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี เข้ามาเป็นหน่วยงานพี่เลี้ยง ทางมหาวิทยาลัยได้เข้ามาช่วยพัฒนาเทคโนโลยี ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการวางระบบโรงเรือนชายฝั่ง ระบบถังเพาะฟักไข่ปูม้า และการอนุบาลลูกปูม้าอย่างถูกวิธี จนสามารถยกระดับอัตรารอดของลูกปูม้าได้สำเร็จ 4. สู่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนในปัจจุบันจากการร่วมมือดังกล่าว ทำให้ธนาคารปูม้าบ้านชายทะเลหัวถนน สามารถปล่อยลูกปูม้าคืนสู่ทะเลอ่าวไทยได้ปีละหลายล้านตัว ช่วยเพิ่มปริมาณปูม้าในธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัด ชาวประมงจับปูได้มากขึ้นและมีรายได้มั่นคงขึ้น ปัจจุบันที่นี่จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่อนุบาลปู แต่กลายสภาพเป็น ศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่งแบบองค์รวม ที่เปิดต้อนรับทั้งเยาวชน คณะศึกษาดูงาน และนักท่องเที่ยวหัวใจอนุรักษ์
ภาพประกอบแหล่งเรียนรู้
ข้อมูลและเกร็ดความรู้เพิ่มเติม
รองรับการเข้าศึกษาดูงาน/ครั้ง จำนวน
แผนที่และข้อมูลการเข้าชม
เจ้าของแหล่งเรียนรู้
ครู ศกร. ผู้รับผิดชอบ