ประวัติความเป็นมา
วัดพัทธเสมา ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลท่าดี อำเภอลานสกา พระลากวัดเสมา เป็นพระพุทธรูปปางยืนอุ้มบาตร เนื้อทอง มีชื่อว่า พระอิศระชัย สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา ทั้งหมดมีอยู่ด้วยกัน 7 องค์ ซึ่งแยกอยู่ตามหัวเมืองต่างๆ แต่ไม่รู้ที่มาแน่ชัด ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในวัดพัทธเสมา ซึ่งชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช และ จังหวัดใกล้เคียง ต่างทราบกันว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีความเก่าแก่ และศักดิ์สิทธิ์ ใครบนบานขอสิ่งใด มักประสงค์ดังใจหวัง โดยตำนานเล่าว่า เมื่อครั้งที่หล่อองค์พระ เกิดมืดฟ้ามัวดิน ฝูงชนชาวบ้านในพิธีเห็นเหตุการณ์ต่างก็วิ่งหนีกลับบ้าน เมื่อแสงสว่างมาก็พากันมาดู ก็ได้เห็นองค์พระหล่อเสร็จแล้ว และมีความสวยงามมาก จึงพากันเชื่อว่าเทวดาได้ลงทำการหล่อจนเสร็จ และปาฏิหาริย์ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อได้กลับคืนมา ด้วยความศรัทธาชาวบ้านในพื้นที่จะมีการจัดพิธีสมโภชพระลากเป็นพระเพณีทุก ปี คือ เดือนหก และเดือนสิบเอ็ด โดยการสรงน้ำพระ และจัดประเพณีชักพระทางบก และทางน้ำ ประเพณีลากพระทางน้ำ ของวัดพัทธเสมา ตำบลท่าดี อำเภอลานสกา เป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทรงคุณค่าและหาชมได้ยากยิ่งในปัจจุบัน เนื่องจากมีความโดดเด่นทั้งด้านรูปแบบพิธีกรรมและความผูกพันระหว่างชุมชนกับสายน้ำ 1. ความเป็นมาและความผูกพันกับสายน้ำ • เส้นทางสายน้ำคลองท่าดี: ลำน้ำท่าดีถือเป็นแม่น้ำสายชีวิตของคนอำเภอลานสกา ซึ่งไหลมาจากเทือกเขาหลวง ในอดีตการคมนาคมและการสัญจรส่วนใหญ่ใช้เรือเป็นหลัก ชุมชนจึงผูกพันกับสายน้ำแห่งนี้เป็นอย่างมาก • จุดกำเนิดประเพณี: ด้วยความที่วัดพัทธเสมาตั้งอยู่ริมคลองท่าดี เมื่อถึงงานประเพณีชักพระ (ออกพรรษา) ชาวบ้านจึงได้ประยุกต์การแห่พระทางบกให้เข้ากับวิถีชีวิตริมน้ำ ด้วยการอัญเชิญ "พระอิศระชัย" (พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง) ลงประดิษฐานบน "เรือพนมพระทางน้ำ" แทนการใช้รถลาก เพื่อให้พุทธศาสนิกชนที่อยู่ริมสองฝั่งคลองได้ร่วมทำบุญและสักการะอย่างทั่วถึง 2. บรรยากาศและขั้นตอนในงานประเพณี • การตกแต่งเรือพนมพระ: ชาวบ้านจะร่วมแรงร่วมใจกันตกแต่งเรือด้วยกิ่งไม้ ดอกไม้สด และวัสดุธรรมชาติอย่างประณีตสวยงาม พร้อมทั้งจัดทำบุษบกหรือมณฑปบนเรือเพื่อประดิษฐานองค์พระอิศระชัย • ขบวนแห่ทางน้ำ: เมื่อถึงกำหนดพิธี (มักตรงกับช่วงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 หรือหลังวันออกพรรษา) ขบวนเรือพนมพระจะล่องไปตามลำคลองท่าดี โดยมีเสียงกลองยาว เสียงเพลงบอกล่าว และเสียงโห่ร้องเอาชัยของผู้คนที่มาร่วมขบวนแห่ด้วยความสนุกสนานและศรัทธา • การทำบุญตักบาตร (ตักบาตรหน้าล้อ/ตักบาตรทางน้ำ): เมื่อเรือพนมพระเคลื่อนผ่านบ้านเรือนริมน้ำ ชาวบ้านจะเตรียมข้าวสารอาหารแห้งมายืนรอตักบาตรริมตลิ่งหรือบนท่าน้ำหน้าบ้านของตนเอง ซึ่งถือเป็นภาพบรรยากาศที่อบอุ่นและสะท้อนถึงวิถีชีวิตไทยพุทธในสังคมเกษตรกรรมริมน้ำได้อย่างชัดเจน 3. คุณค่าและความสำคัญต่อชุมชน • การสร้างความสามัคคี: ประเพณีนี้ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน ทั้งการเตรียมเรือ การตกแต่ง และการบริหารจัดการ ทำให้คนในตำบลท่าดีและพื้นที่ใกล้เคียงได้ทำกิจกรรมร่วมกัน • การสืบทอดภูมิปัญญา: เป็นการส่งต่อวัฒนธรรมอันดีงามจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้เด็กและเยาวชนในท้องถิ่นเกิดความภาคภูมิใจในรากเหง้าและอัตลักษณ์ของเมืองลานสกา
ภาพประกอบแหล่งเรียนรู้