ประวัติความเป็นมา
กลุ่มจักสานย่านลิเภาที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนครศรีธรรมราช งานฝีมือประณีต มีฐานการเรียนรู้ครบวงจร ตั้งแต่การเตรียมเส้นย่านลิเภา การสานลวดลาย ไปจนถึงการเพิ่มมูลค่าและจำหน่าย มีประวัติสืบทอดภูมิปัญญามาตั้งแต่สมัยเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ศูนย์จักสานย่านลิเภาป้าตุ้น ตำบลนาเคียน เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีความโดดเด่นด้านงานหัตถกรรมจักสานย่านลิเภา โดยมีนางเสงี่ยม คาวินธร หรือ “ป้าตุ้น” เป็นประธานกลุ่มเกษตรจักสานปลูกย่านลิเภา บ้านหนองบัว หมู่ที่ ๗ ตำบลนาเคียน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช และมีบทบาทในการรวบรวมสมาชิก ผู้ที่มีความสนใจ และผู้ที่มีประสบการณ์ด้านจักสานย่านลิเภาให้เข้ามาร่วมเรียนรู้และประกอบอาชีพเสริมในชุมชน กลุ่มเกษตรจักสานปลูกย่านลิเภา บ้านหนองบัว หมู่ที่ ๗ ตำบลนาเคียน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นกลุ่มหัตถศิลป์ อีกกลุ่มหนึ่งที่ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองนครศรีธรรมราชได้ส่งเสริมสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานของกลุ่มนี้มาโดยตลอด โดยมี นางเสงี่ยม คาวินธร (พี่ตุ้น) เป็นประธานกลุ่ม ได้ชักชวนคนที่สนใจในงานจักสานย่านลิเภาทั้งคนที่เคยทำอยู่แล้ว และคนที่สนใจอยากจะทำมารวมกลุ่มกัน เพื่อเรียนรู้ และเป็นอาชีพเสริมให้กับคนในหมู่บ้าน มาถึงตรงนี้ทำให้ทีมงานของเราเกิดข้อสงสัยว่า “ทำไมต้องเป็นกลุ่มเกษตรจักสานปลูกย่านลิเภา” จากคำให้สัมภาษณ์ของพี่เสงี่ยม คาวินธร ก็คือก่อนที่จะมีการรวมกลุ่มกันนั้น ไม่มี การรวมกลุ่มของชาวบ้านมาก่อนนั้นแล้วเพื่อขับเคลื่อนเรื่องเกษตรอินทรีย์ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ต่อมาเมื่อมีการรวมกลุ่มกันทำเครื่องจักสานย่านลิเภาซึ่งมีสมาชิกส่วนใหญ่รวมอยู่ในกลุ่มก่อนแล้วจึงใช้ชื่อเป็นกลุ่มเกษตรจักสาน ส่วนคำว่าปลูกย่านลิเภาในตอนท้ายนั้น เพราะในช่วงหนึ่งวัตถุดิบการการผลิตเครื่องจักสานย่านลิเภามีความขาดแคลน ราคาสูงขึ้น จึงได้มีการส่งเสริมให้สมาชิกได้ร่วมกันปลูกไว้ตามข้าง ๆ บ้านเผื่อไว้ใช้ยามที่ขาดแคลนวัตถุดิบ และเป็นการลดต้นทุนของสมาชิกด้วย จึงเป็นที่มาของชื่อกลุ่ม “เกษตรจักสานปลูกย่านลิเภา” บ้านหนองบัว หมู่ที่ ๗ ตำบลนาเคียน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ในเวลาที่มีองค์กร หน่วยงานต่าง ๆ จัดบูทแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน เราก็จะมักไปเจอกับพี่เสงี่ยม คาวินธร (พี่ตุ้น) ซึ่งเป็นประธานกลุ่มเกษตรจักสานย่านปลูกย่านลิเภา เป็นผู้รวบรวมผลิตภัณฑ์ของสมาชิก ไปออกบูทจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ถ้าพูดถึงผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานย่านลิเภาไม่มีใครไม่รู้จักพี่เสงี่ยม คาวินธรหรือ พี่ตุ้น ทางทีมงานจึงไปการสืบหาจุดเริ่มต้นของงานหัตถศิลป์ ด้านการจักสานย่านลิเภา ของเกษตรจักสานปลูกย่านลิเภา หมู่ที่ ๗ ตำบลนาเคียน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช โดยเล็งเป้าไปที่พี่เสงี่ยม คาวินธร (พี่ตุ้น) เมื่อทีมงานได้เริ่มสัมภาษณ์คำถามแรก “อยากให้พี่ตุ้นช่วยเล่าที่มาหรือจุดเริ่มต้นของงานจักสานย่านลิเภาของบ้านหนองบัวนี้ว่าเป็นมาอย่างไร” พี่ตุ้น หัวเราะ และพูดว่า “จุดเริ่มต้นของการจักสานย่านลิเภาของกลุ่มนี้ไม่ใช่พี่” ทำเอาทีมงาน งงไปตาม ๆ กัน พี่ตุ้นหัวเราะอีกและบอกกับทีมงานว่า คนที่เริ่มต้นของกลุ่มจริง ๆ คือ นายสามารถ คาวินธร ก็คือสามีของพี่เสงี่ยม คาวินธร เป็นคนที่ถ่ายทอดหัตถศิลป์การจักสานย่านลิเภาให้กับตนเองที่เป็นภรรยา พี่เรียนรู้มาจากสามี คือพี่สามารถ คาวินธร ตั้งแต่ลงพื้นที่ในตำบลนาเคียนโดยเฉพาะในพื้นที่ หมู่ที่ ๗ ตำบลนาเคียน เราจะรู้จัก พี่สามารถ คาวินธร ในนามของแกนนำศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง รู้ว่าพี่สามารถ เป็นแกนนำในกลุ่มออมทรัพย์ของชุมชน รู้ในนามของตัวแทนชุมชนที่ไปรวมกลุ่มเรื่องออมทรัพย์ และสวัสดิการของวัด ป่ายาง ตำบลท่างิ้ว รู้ว่าพี่สามารถไปเป็นวิทยากร และร่วมเสวนาในการจัดการเรียนรู้ของหน่วยงาน องค์กรทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด และเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช พี่ตุ้นบอกว่าพี่สามารถ ออกไปข้างนอกแล้วโทรศัพท์ บอกว่าทีมงานจะสัมภาษณ์ที่มาของการสานย่านลิเภา ของบ้านหนองบัว ๒ นาทีพี่สามารถมาถึงจอดรถเดินยิ้มกริ่ม นั่งลงทักทายกับทีมงาน พี่ตุ้นบอกว่าพี่ช่วยเล่าให้ครูฟังหน่อยว่ามีที่มาอย่างไร พี่สามารถบอกว่าเป็นเรื่องสมัยวัยรุ่น ตนเองอายุประมาณ ๑๔ – ๑๕ ปี ด้วยความเป็นวัยรุ่นอยากหาเงินใช้ และงานหัตถกรรมเป็นเรื่องที่ตนเองชอบเป็นทุนอยู่แล้ว ตอนนั้นรู้ว่ามีการสอนทำกระเป๋าย่านลิเภาที่บ้านตาล ตำบลนาทราย อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จึงได้ชวนเพื่อน ๆ วัยเดียวกัน ประมาณ ๑๒ – ๑๓ คนที่ไปเรียนการทำกระเป๋าย่านลิเภา และยังมีคนจากตำบลอื่น ๆด้วย ใช้เวลาไปเรียนอยู่ประมาณ ๒ เดือน ไม่ได้เรียนทุกวัน ว่างก็ไปเรียนเอาอุปกรณ์กลับมาทำที่บ้าน ฝึกจนมีความชำนาญ จนสามารถทำได้สำเร็จ และขายได้พี่สามารถบอกทีมงานว่า ตอนนั้นขายชิ้นละ ๕๐๐ บาท ในระยะประมาณ ๕๐ ปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นเงินเยอะมาก “ขายได้หนึ่งชิ้นผมมีเงินเที่ยวได้ตั้งหลายวัน” จากคำพูดของพี่สามารถทำให้เรารู้ว่าเครื่องจักสานย่านลิเภานั้นมีราคาสูงมาตั้งแต่อดีตกาลแล้ว และคนที่มีใช้ต้องเป็นคนมีเงินมีฐานะ ถามพี่สามารถต่อว่า จำได้ไหมว่าไปเรียนกับใคร พี่สามารถบอกว่าไปเรียนกับนายปรีชา ราชกิจ ซึ่ง นายปรีชา ราชกิจ ได้รับการสืบทอดงานหัตถศิลป์การจักสานย่านลิเภามาจากพ่อของนายปรีชา คือ นายช่วน ราชกิจ มีตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน และได้ถ่ายทอดความรู้ด้านการจักสานย่านลิเภาให้กับคนที่สนใจ มีคนไปเรียนรู้กันหลายรุ่นมาก ส่วนตนเองนั้นได้เรียนรู้กับนายปรีชา ราชกิจ ซึ่งเป็นลูกของนายช่วน ราชกิจ แต่ก็ยังมีชิ้นงานของบรมครูมาเก็บไว้ชิ้นหนึ่ง พี่สามารถพูดพร้อมกับบอกให้พี่เสงี่ยม(พี่ตุ้น) ไปหยิบกระเป๋าใบนั้นมาให้ทีมงานได้ชมด้วย พี่สามารถบอกว่า พูดได้ว่านายช่วน ราชกิจ เป็นต้นกำเนิดของงานหัตถศิลป์ การจักสานย่านลิเภาของชุมชนในละแวกนี้ เพราะคนที่ไปเรียนรู้ในตอนนั้นมีทั้งในตำบลนาทรายเอง ตำบลโพธิ์เสด็จ ตำบลนาเคียน และจากตำบลท่างิ้ว ซึ่งแต่ละคนที่ได้เรียนรู้ไปก็กลับไปทำเป็นอาชีพ และถ่ายทอดความรู้วิธีการทำส่งต่อให้กับลูกหลานและคนที่สนใจ ส่วนตัวพี่สามารถเองนั้นได้ทำกระเป๋าย่านลิเภามาอย่างต่อเนื่องจนอายุ ๑๙ ปี ได้เข้าทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช แต่เวลาว่างก็ยังทำกระเป๋าย่านลิเภาอยู่ บางทีก็เอาอุปกรณ์การทำกระเป๋าย่านลิเภาใส่กระเป๋าไปนั่งทำตอนที่อยู่เวรรักษาความปลอดภัยที่โรงพยาบาล ตนเองทำด้วยความชอบและรักในงานด้านนี้ จนอายุ ๒๒ ปี ได้สมรสกับนางเสงี่ยมคาวินทร (พี่ตุ้น) ซึ่งเดิมเป็นคนภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ตำบลสระแก้ว อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช พี่สามารถบอกว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการถ่ายทอดงานหัตถศิลป์สู่คนในครอบครัว ทีมงานวกกลับมาคุยกับพี่เสงี่ยม (พี่ตุ้น) ด้วยคำถามที่ว่าเริ่มเรียนรู้การทำกระเป๋าย่านลิเภาตอนใหน พี่ตุ้นเล่าให้ฟังว่าเดิมตนเองไม่เคยมีความรู้เรื่องการทำกระเป๋าย่านลิเภาเลย พอแต่งงานแล้วมาอยู่กินกับพี่สามารถ ตอนนั้นนอกจากทำงานบ้าน ทำสวนแล้วก็ไม่มีอาชีพอะไรที่พอจะเป็นรายได้ พี่สามารถก็ไปทำงานรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล เห็นพี่สามารถทำกระเป๋าแล้วนำไปขายที่ในเมืองก็เลยสนใจอยากทำและได้เรียนรู้จากพี่สามารถ เรียนรู้ฝึกทำ จากกระเป๋าไม่มีลวดลาย ก็พัฒนารูปแบบเป็นกระเป๋า มีลวดลายจนมีความชำนาญและทำเป็นอาชีพ มีรายได้มา จุนเจือครอบครัวมาจนถึงปัจจุบัน
ภาพประกอบแหล่งเรียนรู้